USERNAME PASSWORD เข้าสู่ระบบ
ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล

ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ขอเสนอ เรจิสต้า อันเดรีย ปีร์โล่ (Andrea Pirlo) เจ้าของสมยานาม เดอะมาเอสโตร

ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล โลกแห่งกีฬาฟุตบอล ข่าววันนี้ ในช่วงสองทศวรรษหลังสุด ตำแหน่งกองกลาง ถูกแตกแขนงออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลเมเกอร์ หมายเลข 10 กองกลางตัวรับตัดเกมส์ หรือเรียกว่าบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ที่เล่นได้ทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ ในเวลาเดียวกัน แต่หนึ่งในตำแหน่งที่ดีที่สุด ที่แฟนบอลให้การยอมรับมากที่สุด นั่นก็คือตำแหน่ง เพลเมเกอร์

เพราะมีความเป็นอัจฉริยะ มีความเป็นศิลปินสูง และบทบาทฟุตบอลในยุคสมัยใหม่ ผู้เล่นตำแหน่งเพลเมเกอร์ จะช่วยเพิ่มมิติการทำเกมส์บุก การเพิ่มโอกาสลุ้นทำประตูให้กับทีม และในประเทศอิตาลี ผู้ที่เล่นฟุตบอลจนชำนาญ จะถูกเรียกว่า เรจิสต้า มีความหายว่า ผู้กกำกับงาน และความหมายของชื่อนี้ ได้แสดงถึงความสำคัญออกมาอย่างชัดเจน

ข่าวฟุตบอลวันนี้ ในวงการฟุตบอลอิตาลี ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล มีชายคนหนึ่งที่ถูกขนานนามว่า เรจิสต้า อันเดรีย ปีร์โล่ (Andrea Pirlo) เจ้าของสมยานาม เดอะมาเอสโตร บทความกีฬาที่น่าสนใจ โดยงานของเขาที่กลางสนาม เขายืนในตำแหน่งกลางรับ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ ในตำแหน่งกลางรับ แค่อย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึง การทำหน้าที่สร้างสรรค์ บัญชาการการทำเกม จากแนวลึกด้วย

หน้าที่ของเจ้าตัว คือต้องประสานงาน คอยเชื่อมเกมส์ จากมันสมอง จากสถานการณ์ ที่เขามักจะดีไซน์ โชว์ให้ทุกคนได้เห็น ลีลาบนผืนหญ้า การเปลี่ยนเกมส์รับ ให้เป็นเกมส์รุก เมื่อเห็นช่องทาง เจ้าตัวก็การจ่ายบอลสั้นบอลยาว ในแบบสไนเปอร์ หรือที่เรียกว่า คิลเลอร์ พาส และในการเล่นเกมส์รับ ก็เล่นฟุตบอล ด้วยความฉลาดอย่างมากอีกด้วย

ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล การเริ่มต้นค้าแข้งฟุตบอลอาชีพ อันเดรีย ปีร์โล่

ข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล อันเดรีย ปีร์โล่ เริ่มต้นอาชีพฟุตบอล กับสโมสรเบรสชา เพราะเขาเป็นเด็กฝึกหัด เล่นในทีมเยาวชนของสโมสร และตำแหน่งแรกที่เขาเล่น นั่นก็คือเพลเกอร์ตัวรุก อีกทั้งเจ้าตัวยังครองสถิติ เป็นนักฟุตบอล ที่อายุน้อยที่สุด ของประวัติศาสตร์ ในการลงเล่นให้กับสโมสร ในทีมชุดใหญ่ของเบรสชา ด้วยอายุ 16 ปี ตามข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ในปี 1995

ข่าวกีฬา ฟุตบอลวันนี้ ถึงแม้ว่าผลงานโดยรวมสโมสร จะไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่ผลงานการเล่นของเจ้าตัว นั้นทำได้ยอดเยี่ยมมาก จนในปี 1998 สโมสรงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ได้จัดการเซ็นสัญญา กระชากตัวเขาไปร่วมทีม และการเริ่มเล่นฟุตบอลให้กับอินเตอร์ ฯ ไม่ได้ง่าย เหมือนอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลย เพราะในตอนนั้น สโมสรมีนักเตะผู้เล่นคนเก่ง ๆ มากมาย

เช่น ยูริ จอร์เกฟฟ์ และดิเอโก้ ซิเมโอเน่ อีกทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรุก ยังมีสุดยอดนักเตะ ที่เป็นตำนานแห่งอิตาลี อย่าง โรแบร์โต้ บาจโจ้ ทำให้ตัวเขา แทบจะไม่มีโอกาส ในการสอดแทรก ลงเล่นในสนามเลย ข่าวกีฬารอบโลกวันนี้ แต่ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็ยังถูกแต่งตั้ง ให้ป็นผู้เล่นบัญชาเกม ให้กับทีมชาติอิตาลีชุดยู 21 เพื่อแข่งขันศึกฟุตบอลรายการยูโร ยู21

ด้วยฟอร์มการเล่น ที่น่าอัศจรรย์ สุดน่าทึ่ง ทำให้เขาช่วยพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร ยู21 มาครองได้สำเร็จ รวมไปถึงได้รับรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของรายการ และได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของรายการอีกด้วย และในระหว่างที่เขายังเป็นนักเตะของสโมสรอินเตอร์ ฯ เขาได้ย้ายไปร่วมทีมเรจจิน่า และเบรสชา ด้วยสัญญายืมตัว

ด้วยการกลับไปลงเล่นให้กับสโมสรเบรสชา ทำให้ตัวเขาได้ค้นพบ ตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุด เพราะในตอนนั้นเอง ในทีมมีนักเตะที่เล่นตำแหน่งเดียวกันกับเขา นั่นก็คือโรแบร์โต้ บาจโจ้ จึงทำให้ผู้จัดการทีมในเวลานั้น คาร์โล มัซโซเน่ ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นให้กับตัวเขา จากตำแหน่งเพลเกมเกอร์ตัวรุก เป็นตำแหน่งเรจิสต้า ในข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล

ด้วยตำแหน่งนี้เอง ทำให้เขาได้ค้นพบ ตำแหน่งการเล่นที่ดีที่สุด สำหรับตัวเขา สร้างสรรค์ผลงาน ออกมาได้อย่างยอกเยี่ยม บัญชาเกมส์กลางสนาม ได้อย่างสุดยอด เพราะเขามีสายตาอันเฉียบแหลม มีมันสมองแบบอัจฉริยะ ทำให้เขาวางบอลยาวได้อย่างแม่นยำ เขาได้โชว์พรสวรรค์ที่ตัวเขามี ให้แฟนบอลได้เห็นกันอย่างเต็มตา และนี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในอาชีพการเล่นฟุตบอลของเจ้าตัว

ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล

ปีร์โล่กับสโมสรปีศาจแดงดำ เอซีมิลาน

ข่าวกีฬาฟุตบอลไทย ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ในประเทศไทย มีแฟนบอลไทยหลายคน ในยุค 90 ที่ชื่นชอบฝีเท้า การเล่นฟุบอลของปีร์โล่ ข่าวกีฬาฟุตบอลไทย เพราะเขาถือเป็นสุดยอดนักฟุตบอล เลยก็ว่าได้ และเหตุการณ์ที่ทำให้แฟนบอลชาวไทย และทั่วโลก ได้รู้จักกับชื่อของเขา

คือการย้ายทีมข้ามสโมสร ระหว่างอินเตอร์ มิลาน และเอซี มิลาน ด้วยค่าตัวประมาณ 17 ล้านยูโร และเป็นดีลที่คุ้มค่าที่สุด ของสโมสรปีศาจแดงดำด้วย และภายใต้การคุมทัพของ คาร์โล อันเชล็อตติ ทำให้ตัวเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หรือถ้าจะมองอีกมุมหนึ่ง ในการคุมทีมของอันเชล็อตติ นั้นต้องมีปีร์โล่ เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลาง ในการคว้าความสำเร็จอย่างมากมาย

ด้วยการประสานงานร่วมกับ เจนนาโร กัตตูโซ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ หลุยส์ คอสต้า และริคาร์โด้ กาก้า เพราะทุกคนต่างช่วยกันทำผลงาน โชว์ฟอร์มการเล่น ออกมาได้อย่างสุดยอด ทำให้คว้าถ้วยแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ จากนั้นในฤดูกาลต่อมา สโมสรยังคงสร้างความสำเร็จต่อไป ด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา มาครองในรอบ 5 ปี

ต่อมาในปี 2005 ข่าวลิเวอร์พูล เอซี มิลานต้องพบกับความิดหวัง หลังจากพลาดท่า ในการดวลจุดโทษ แพ้ให้กับทีมหงส์แดง ลิเอวร์พูล นัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งตัวเขาได้ออกมายอมรับว่า เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในอาชีพฟุตบอลของเขาเลย เพราะทีมของเขา เป็นฝ่ายยิงประตูขึ้นนำ ด้วยสกอร์ 3 : 0

แต่ในปี 2007 ปีศาสจแดงดำ เอซี มิลานก็สามารถล้างตาได้สำเร็จ ด้วยการเชนะลิเวอร์พูล ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ด้วยสกอร์ 2 : 1 ทำให้สโมสรผงาดคว้าถ้วยแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 7 โดยตัวเขายิงฟรีคิก บอลไปโดนตัวของฟีลิปโป อินซากี ข้าประตูยิงไป ให้ทีมออกขึ้นนำ 1 : 0

จากนั้นก็ช่วยทีมคว้าแชมป์สโมสรโลกได้อีกด้วย ซึ่งตัวเขาได้จัดการทำแอสซิสต์ ทำให้เข้าคว้าถ้วยฟุตบอล รายการสำคัญ รายการใหญ่ ร่วมกับสโมสรครบทุกถ้วยแชมป์เลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นช่วงชีวิตที่พีคสุด ๆ ของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ ด้วยฟอร์มการเล่นอันสุดยอด ช่วยนำพาสโมสรคว้าแชมป์มากมาย ทำให้ตัวเขาต่อยอดความสำเร็จ ในการเข่งขันฟุตบอลโลก 2006

ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล

ปีร์โล่พาทีมชาติอิตาลี ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 และคว้าแชมป์ลีกกับทีมม้าลาย ยูเวนตุส

ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 จะเริ่มต้นขึ้น วงการฟุตบอล ประเทศอิตาลี เข้าสู่ช่วงวิกฤตอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์คดี กัลโชโปลี คดีสุดอื้อฉาว ในการล็อบบี้ผู้ตัดสิน เพื่อเอื้อผลการแข่งขัน ถือเป็นการสร้างความอัปยศ ความเสื่อมเสียครั้งใหญ่ที่สุด ในโลกแห่งกีฬาฟุตบอล โดยมีทีมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ทีม ได้แก่ ยูเวนตุส, เอซีมิลาน, ลาซิโอ, ฟิออเรนตินา และเรจจินา

ท่ามกลางคดีสุดอื้อฉาวนี้ ในนามทีมชาติอิตาลี ต้องแข่งขันสู้ศึกฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งในการแข่งขันตลอดทั้ง 7 นัด ตัวเขาได้ลงเล่นทุกนัด และสร้างผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ แก่สายตาแฟนบอลทั่วโลก ถึงฝีเท้าของเขา ด้วยการที่เขาทำแอสซิสต์ส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมเขาไปยิงประตู รอบรองชนะเลิศ ในการเจอกับทีมชาติเยอรมัน

อีกทั้งยังทำแอสซิสต์ส่งบอลให้เพื่อนทำประตู ในนัดชิงชนะเลิศ ที่ต้องเจอกับทีมชาติฝรั่งเศส และการสังหารจุดโทษ คนแรกในทีมอีกด้วย หลังจากที่พาทีมชาติอิตาลี ผงาดคว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองได้สำเร็จ เขาได้ดล่าวประโยคสุดคลาสสิค ทิ้งท้ายทัวร์นาเมนต์ว่า ผมไม่รู้สึกกดดัน ผมไม่สนใจอะไรด้วยซ้ำ

ผมใช้เวลาในช่วงบ่าย ไปกับการนอน และการเล่นเกมส์ และในช่วงค่ำคืนนั้น ผมก็ออกไปคว้าแชมป์โลก ตัวเขาใช้เวลาอยู่กับสโมสรเอซี มิลาน เป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี จากนั้นเขาก็ได้ย้ายไปร่วมทีมม้าลาย ยูเวนตุส และการมาของเขา ทำให้ช่วยพายูเวนตุส คว้าถ้วยแชมป์กัลโชเซเรียเอา ตั้งแต่ซีซั้นแรก และเจ้าตัวยังได้รับรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของอีตาลีอีกด้วย

เฮียป.คอกีฬา